วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551


“ปิดเทอมแล้วโว้ยยยย”ด้วยต้นทุนความหล่อที่พ่อให้มาอย่างพอเพียง พุ-ไม้ จึงเข้าข่ายหล่อเลือกได้ เกมที่ฮิตที่สุดของพวกมันในช่วงปิดเทอม คือ แข่งขอเบอร์หญิง ทุกฤดูอำลาอาลัย สองหล่อจะแท็กทีมกันกลายร่างเป็นสมุดเฟรนด์ชิพให้สาวๆ ม.6 มารุมฝากเบอร์ ดาวโรงเรียน พุ-ไม้ก็สอยเบอร์มาเมมชนิดเหงื่อไม่หยด จนกระทั่ง การมาถึงของเพื่อนเก่าสมัยอนุบาลที่ชื่อ นานา ยัยคนนี้เองที่ทำให้ พุ-ไม้ ถึงกับขอแตกคอกันชั่วคราว พุ-วันคู่ ไม้-วันคี่ แฟร์ๆ คนละวัน ใครจีบเบอร์นานาได้ก่อนชนะ!-------------------------------------------------------------------------------------------------
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด”นอกจากร้านซีดีเอเชียแล้ว โอ๋เล็ก มั่นใจว่าคอลเล็กชั่น “ตี้ตี้” ของแฟนคลับนัมเบอร์วันอย่างเธอไม่เป็นสองรองใคร ซีดีทุกแผ่นทุกเพลงโอ๋เล็กท่องได้ขึ้นใจ แม้เธอจะไม่กระดิกสักนิดว่าคำจีนที่เธอร้องปาวๆ เป็นภาษาคาราโอเกะนั้นมันแปลว่าอะไร ความจริงข้อนี้เองที่ทำให้โอ๋เล็กขัดใจ ก่อนวันคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยหน้าร้อนนี้ เธอจะต้องซาบซึ้งในเนื้อเพลงของ “ตี้ตี้” ให้จงได้ โอ๋เล็กลงทุนไปสมัครเรียนภาษาที่วัดจีน เพื่อการร้องเพลงตี้ตี้แบบอินๆ !
-------------------------------------------------------------------------------------------------
“หากคุณรักใครสักคน you say it, you say it right then, out loud” โจ้ เริ่มภารกิจเฉลยความนัยกับ ซี อย่างที่ตั้งใจ แผนหนึ่ง ชวนดูหนัง, แผนสองหลุดความในใจ, แผนสามเซอร์ไพร์สเพื่อคนที่คุณรัก, แผนสี่ประกาศให้โลกรู้ โจ้ทึกทักเอาเองว่าวีรกรรมที่มันเพียรพยายามทำเพื่อซีนั้น คือ ความหวาน โดยไม่เฉลียวใจเลยว่า สาวเจ้าจะรู้สึกว่ามัน “เลี่ยน” และยิ่งนานวันซีจะเริ่มแปลการกระทำของโจ้ว่า “ยัดเยียด!”
-------------------------------------------------------------------------------------------------
“ไปตรังระวังปลาตอดนะจ๊ะ”เมื่อ นวล ไปฝึกงานไกลถึงตรัง จะเตะบอล, ดูหนังเอวี หรือเที่ยวผับ อะไรมันก็งั้นๆไปหมดในความรู้สึกของ เหิร เขาตัดสินใจโดดขึ้นรถไฟไปเซอร์ไพร์สนวลก่อนวันนัดฉลองครบรอบสามปีที่เป็นแฟนกัน แต่โชคร้ายเกิดอุบัติเหตุขึ้น! บนรถไฟสายใต้เหิรชนเข้ากับ อาโออิ สาวญี่ปุ่น ขาว สวย เอ็กซ์ตามสเป็กนางเอกหนังเอวีในดวงใจ อาโออิมาเที่ยวฟูลมูนปาร์ตี้คนเดียว เธอจึงชวนเหิรไปเป็นเพื่อน แทนที่จะไปตรัง เหิรจึงไถลไปพะงันกับสาวยุ่นคนนั้นซะฉิบ!
-------------------------------------------------------------------------------------------------
ปิดเทอม คืออะไร มันคือ ช่วงเวลาแห่งความสุขของวัยเรียนที่ผู้ใหญ่อิจฉา คือ ช่วงเวลาแห่งแผนการณ์ “ปิดเทอมทำอะไรดี” หรือ ช่วงเวลาแห่งความลับ “ปิดเทอมทำอะไรมา” อาจเป็น ช่วงเวลาที่พรวดพราดผ่านไปคล้ายนั่งไทม์แมชชีน ยามเรามีสุข แต่บางครั้งก็เป็น ไอ้จอมอุ้ยอ้าย น่าเบื่อ ยามเรามีทุกข์ บางคนสูงขึ้น บางคนผอมลง บางคนอกหัก บางคนตกหลุมรัก หลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นในปิดเทอม ฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและว้าวุ่นของวัยรุ่น
พุ-ไม้ จะรู้มั้ยนะว่า มันสองคนจะไม่ได้คุยกันอีกเลยตลอดหน้าร้อนนั้น
โอ๋เล็ก คงเดาไม่ออกว่าคอนเสิร์ต ตี้ตี้ ที่เธอเฝ้าคอยจะยกเลิกไปอย่างง่ายดาย
ความรักในใจโจ้กลับทำร้ายซี เมื่อมันไม่เป็นความลับอีกต่อไป
เพียงเผลอใจ เส้นทางของเหิรกับนวลอาจไม่มีวันหวนกลับมาบรรจบกันอีกเลย
…………… ปิดเทอม ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สู่การรอคอยครั้งใหม่ปิดเทอม เปิดใจ รับแรงสะเทือนจากรักครั้งใหญ่...ด้วยหัวใจอันว้าวุ่น

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วาทะเฉียบขาดจากเรื่อง ข้างหลังภาพ


1.ชีวิตของคนเราที่สมบูรณ์หรือดีพร้อมก็พบกับความเศร้าได้ เช่น
ชีวิตของท่านหญิงกีรติที่ดูเหมือนจะสมบูรณืหรืองามพร้อมก็พบกับความเศร้าได้ เพราะสิ่งที่เป็นจริงแท้ก็คือ “สิ่งที่มีชีวิตจะต้องรู้จักเจ็บปวดเหมือนกันหมด ไม่เลือกเชื้อชาติ วรรณะ เพศ สัตว์ มนุษย์”
2.ความแตกต่างระหว่างความรักที่มีสตินำ ได้แก่ความรักของคุณหญิง กับความรักที่มีอารมณ์นำ ซึ่งก็คือนพพร เช่นคำพูดที่นพพรพูดไว้ว่า “ความรักมีอำนาจเหนือผม ความรักตรึงใจผม ทำให้ผมหมดสติ”
3.รู้จักสถานะแห่งตนเอง เมื่อครั้นเจ้าคุณตายไป คุณหญิงก็ไม่เคยปริปากพูดตรงๆอีกเรื่องความรัก แต่จะใช้คำพูดที่มีความหมายล้ำลึกภายใน เช่น “ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก”
4.หม่อมราชวงศ์กีรติเป็นแบบหนึ่งของสุภาพสตรีไทยสมัยสังคมของเรา คือไม่ปล่อยให้ความปรารถนาเป็นใหญ่ในใจเมื่อมีโอกาสจะทำได้
5.ความรักของสตรีและบุรุษนั้นต่างกัน เช่น เมื่อเวลาผ่านไป 6 ปี ความรักของนพพรก็จืดจางลงกลับกลายเป็นความรักแบบมิตร แต่คุณหญิงยังรอความรักจากนพพรตลอดมาจนสิ้นชีวิตก็ยังรัก ดังนั้นเวลารักใครจึงไม่ควรทุ่มเทให้ทั้งชีวิต ควรเผื่อใจไว้ให้ตัวเองบ้าง
6.ความคิดค่านิยมที่ผิดๆของสังคมชั้นสูงที่วิจารณ์สถานะนักเรียนนอกที่ทุกคนพากันคิดว่า จบจากนอกแล้วต้องเก่งกว่า ดีกว่าซึ่งเป็นความคิดที่ผิดๆ ถึงเป็นนักเรียนนอกถ้าไม่รู้จักแสวงหาโอกาสทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองก็จะกลายเป็นคนไร้ค่า เช่น
“เราจะมีวุฒิพิเศษอะไรเล่า สิทธิพิเศษอะไรที่จะไปเดินเชิดหน้าทำทีว่าเรามีวุฒิพิเศษกว่าใครๆในวงสมาคมเมืองไทย”
7.การแบ่งเพศทางสังคม สังคมที่ผู้ชายเป็นผู้นำ และผู้หญิงเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ตน ดังตอนที่คุณหญิงกล่าว “เธอจงเห็นใจฉันเถิด เราเกิดมาโดยเขากำหนดให้เป็นเครื่องประดับโลก ประโลมโลก มันเป็นหน้าที่ของเรา ยิ่งกว่านั้น บางทีคุณงามความดีของสตรีก็ถูกมองข้ามไปเลย ถ้ามิได้อยู่ในความงาม”

หม่อมราชวงศ์กีรติดำรงความเป็นสาวอยู่จนเข้าขีดความสาวทึมทึก ก็ยังไม่พบรักหรือชายที่สมควรแก่ความรักของเธอมาสู่ขอในขณะที่อายุย่างเข้าปีที่ 35 จึงมีข้าราชการชั้นพระยาอายุ 50 ปี ซึ่งเป็นพ่อหม้ายมีลูกติด 2 คนมาสู่ขอ ด้วยความหมดหวังที่จะได้พบชายที่ดีกว่านั้น และนิสัยนักศิลปะของเธอทำให้มีความต้องการจะรู้จักความเป็นไปของโลกให้กว้างกว่าที่ได้พบเห็นอยู่ในวงแคบเป็นเวลาถึง 35 ปี หม่อมราชวงศ์กีรติจึงได้ยอมแต่งงานกับเจ้าคุณผู้นั้น และแล้วก็ได้พบเห็นโลกภายนอกบ้านของเธอสมความปรารถนา เจ้าคุณสามี ( พระยาอธิการบดี ) พาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่น ณ ที่นั้นเอง หม่อมราชวงศ์กีรติก็ได้พบกับนพพร นิสิตหนุ่มแห่งมหาวิทยาลัยริคเคียว ซึ่งเป็นบุตรชายของเพื่อนสามี และซึ่งสามีของเธอขอร้องให้ช่วยจัดหาบ้านพักและนำเที่ยวด้วยเป็นครั้งแรก
หม่อมราชวงศ์กีรติยังสาวและสวยสดชื่นอยู่ เช่นเดียวกับสุภาพสตรีสมัยใหม่ที่รู้จักบำรุงรักษาความงามแลวัยไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเป็นที่สะดุดตาสะดุดใจของนพพร เด็กหนุ่มผู้ห่างการสมาคมกับสุภาพสตรีไทยถึง 3 ปีเศษแล้วอย่างมากมาย และโดยที่ได้ติดต่อกันอยู่ตลอดเวลาที่หม่อมราชวงศ์กีรติกับสามีพักอยู่ที่ประเทศนั้นจึงทำให้นพพรกับหม่อมราชวงศ์กีรติคุ้นกันจนถึงขีดสนิทสนม ประกอบกับได้อยู่ด้วยกันท่ามกลางภูมิภาพอันสวยงามของประเทศญี่ปุ่น และความงามความเปล่งปลั่งของหม่อมราชวงศ์กีรติเป็นสื่อชักจูงใจด้วยในที่สุดนพพรเด็กหนุ่มผู้ไม่เดียงสาในเรื่องรัก ก็เกิดความรักในหม่อมราชวงศ์กีรติขึ้น
ความรักอันบริสุทธิ์และร้อนแรงของผู้ที่เพิ่งมีความรักเป็นครั้งแรกนี้ดูเหมือนจะทำให้หม่อมราชวงศ์กีรตินักศิลปะซึ่งไม่เคยได้พบความรักเลยรู้สึกลำบากใจที่จะข่มใจไว้อยู่มากเหมือนหัน แต่หม่อมราชวงศ์กีรติมีอายุมากแล้ว และทั้งได้รับการอบรมศึกษาในทางดีงามในชีวิตเบื้องต้นมาแล้ว ก็ข่มใจไว้อย่างดี จนนพพรไม่สามารถจะทราบได้ว่า หม่อมราชวงศ์กีรติรักตนหรือไม่ ครั้นแล้วทั้งสองก็จากกัน เมื่อกำหนดการเที่ยวญี่ปุ่นของพระยาอธิการบดียุติลง ความรักของนพพรคงรบเร้าจิตใจให้กระสับกระส่ายจนถึงขีดสุด เมื่อตอนที่จากกันไปใหม่ๆครั้นแล้วก็ค่อยๆอ่อนลงตามธรรมชาติของคนที่มีภาระที่จะต้องใส่ใจมากกว่าความรู้สึกนี้ จนในที่สุดเมื่อสองปีล่วงไปแล้ว นพพรก็รู้สึกในกีรติอย่างมิตรคนหนึ่งเท่านั้น
6 ปีล่วงไป นพพรสำเร็จการศึกษาและฝึกหัดงานที่ญี่ปุ่นพอสมควรแก่การแล้วก็กลับสยาม ในขณะนี้หม่อมราชวงศ์กีรติเป็นหม้ายแล้ว และบำเพ็ญชีวิตอยู่อย่างสงบเสงี่ยม เขาทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการพบที่นพพรรู้สึกเหมือนพบพี่สาวที่ดีคนหนึ่งเท่านั้น เวลา 6 ปีในญี่ปุ่นได้เปลี่ยนจิตใจของนพพรเด็กหนุ่มผู้อ่อนแก่ความรักให้เป็นชายหนุ่มญี่ปุ่นที่ไม่ใคร่จะคิดถึงใครจะคิดถึงอะไรนอกจากงานและการตั้งตัวเท่านั้น ครั้นแล้วนพพรก็แต่งงานกับคู่หมั้นที่บิดาหาไว้ไห้เมื่อครั้งยังศึกษาอยู่ในญี่ปุ่น เมื่อแต่งงานแล้วได้สองเดือน นพพรได้ทราบว่าหม่อมราชวงศ์กีรติได้เจ็บหนักด้วยโรควัณโรค และอยากพบเขา จนแพทย์และพยาบาลรู้สึกว่าควรจะมาตามเขาให้ไปพบ เพื่อให้คนไข้ได้สงบจิตใจในวาระสุดท้าย นพพรก็ไปเยี่ยมและหม่อมราชวงศ์กีรติก็ให้ภาพเขียนที่ระลึกถึงสถานที่ให้กำเนิดความรักแก่เขาทั้งสอง ซึ่งเป็นภาพวาดโดยฝีมือของเธอเอง พร้อมด้วยคำตัดพ้อบางประโยคเป็นที่สะกิดใจนพพรให้ระลึกถึงความหลังและหวนคิดเสียดายอาลัยคนรักคนแรกของตน ครั้นแล้วหม่อมราชวงศ์กีรติสตรีผู้อาภัพในเรื่องรักก็ถึงแก่กรรมใน 7 วันต่อมา และเรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551



เนื้อเรื่องย่อ
"จัน ดารา" ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความผิดพลาดและความเกลียดชัง...ดารา (วัลภา พรหมนวล) แม่ของจัน เศรษฐีนีสาวสวยถูกจอม (ดนัย ชนะชานันต์) แฟนของน้าวาด (วิภาวี เจริญปุระ) พร้อมกับสมุนสองคน ฉุดไปกระทำชำเรา เมื่อครั้งเดินทางไปเมืองพิจิตรกับบิดาของเธอ บิดาของเธอจึงว่าจ้างให้คุณหลวง (สันติสุข พรหมสิริ) แต่งงานกับดารา โดยยกบ้านและทรัพย์สินให้เป็นการแลกเปลี่ยนดาราเสียชีวิตทันทีที่คลอดจันออกมา คุณหลวงโกรธเกลียดชังเด็กชายตัวน้อยทันที แม้ยังไม่ได้เห็นหน้า คุณหลวงตั้งชื่อให้ว่า "จัน-จัญไร วิสนันท์" น้าวาดลงมาจากพิจิตรเพื่อร่วมพิธีศพ พบว่าไม่มีใครต้องการจัน น้าวาดจึงรับอาสารับเลี้ยงจัน และเพื่อเป็นการไถ่บาปให้กับจอมคนรักของตน ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเหตุแห่งเคราะห์กรรมนี้ และแม้ว่าน้าวาดต้องสละตัว ยอมเป็นเมียคุณหลวง เพื่อเธอจะได้มีโอกาสเลี้ยงดูจันได้ตลอดรอดฝั่งเมื่อจันอายุ 4 ปี (รับบทวัยเด็กโดย ด.ช. วุฒิชัย สภาพัตร์) ในกลางดึกคืนวันหนึ่ง คุณหลวงเข้ามานอนในห้องที่จันและน้าวาดนอน คุณหลวงนอนกับน้าวาดไม่เกรงต่อสายตาของจัน จันเริ่มสงสัย ในความสัมพันธ์ของตนและคุณหลวง อย่างจริงจังตั้งแต่นั้นมาต่อมาไม่นาน น้าวาดให้กำเนิด คุณแก้ว-วิไลเรข วิสนันท์ ซึ่งระหว่างที่น้าวาดตั้งครรภ์ คุณหลวงเริ่มใช้ชีวิตสำส่อน หาความสุขสำราญทางเพศรส จากบรรดาสาวใช้น้อยใหญ่ไม่เลือกหน้าในบ้านคุณหลวงทำร้ายจันอย่างรุนแรง เมื่อครั้งจันอายุได้ 12 ปี (รับบทโดย ด.ช.วิสันต์ ทิพย์สุวรรณ) โดยขังจันไว้คนเดียวในเรือนเขียว ซึ่งเคยใช้เป็นที่เก็บศพของ ดารา แม่ของจัน สัญชาตญาณบอกจันว่า คุณหลวงไม่ใช่พ่อที่แท้ของตน แต่ที่จำทนอยู่ในบ้านต่อไป เพราะอย่างน้อยก็เหมือนได้อยู่ใกล้แม่ และอาจจะได้รู้ว่า พ่อที่แท้จริงของตนคือใครในสักวันในชีวิตจันมีคุณบุญเลื่อง (คริสตี้ ชุง) ภรรยาคนหนึ่งของคุณหลวง ครอบครองจิตใจจันในเรื่องกามารมณ์ และไฮซินธ์ (ศศิธร พานิชนก) สาวน้อยวัย 14 ปี ที่จันเจอที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษภาคค่ำ ไฮซินธ์ เป็นเหมือนดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ดอกเล็กดอกเดียวในหัวใจของจันสองปีต่อมา จันได้นอนกับคุณบุญเลื่อง และในปีเดียวกันนั้นเอง จันก็ถูกคุณแก้วใส่ร้าย ให้รับผิดแทนเคน (ครรชิต ถ้ำทอง) จันจึงต้องรับผิดในคดีกระทำชำเราคุณแก้ว จันมองทะลุปรุโปร่งไปในใจคุณแก้ว เห็นความผิดปกติและความเกลียดชังในจิตใจของเธอ จันถูกคุณหลวงเนรเทศออกจากบ้าน จึงไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองพิจิตร และได้รู้ความจริงว่า พ่อของตนตายด้วยน้ำมือของสมุนตัวเอง ไม่นานหลังจากที่ฉุดดารามา ความจริงนี้ทำให้ชีวิตของจันมืดดำ และอ้างว้างกว่าที่เคยเป็น เหลือเพียงไฮซินธ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ มีคุณบุญเลื่องเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางกาย และกามารมณ์เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ตนรู้สึกมีคุณค่าจัน (เอกรัตน์ สารสุข) อยู่ที่เมืองพิจิตรได้สามปี น้าวาดก็มาตามตัว และขอให้จันกลับบ้านที่พระนคร จันได้โอกาสแก้แค้นคุณหลวง จึงยอมแต่งงานกับคุณแก้ว (ภัทรวริทร์ ทิมกุล) เพื่อแลกเปลี่ยนกับกรรมสิทธิ์ในบ้าน และคุณหลวงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านต่อไป จันกลับไปหาไฮซินธ์ที่บ้าน แต่ไฮซินธ์เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยโรคไทฟอยด์เมื่อสองปีก่อน ...จุดสีขาวเล็กๆ ในหัวใจของจันเลือนหายไป เหลือไว้แต่ความมืดมิดต่อมา คุณแก้วให้กำเนิดลูก เด็กชายปรีย์-อัปรีย์ วิสนันท์ เป็นเด็กชายปัญญาอ่อน น้าวาดออกบวชชีที่เมืองนครสวรรค์ ไม่มีกำหนดสึก ความสัมพันธ์ของคุณแก้ว เพิ่มพูนความเกลียดชัง และจันแก้แค้นคุณหลวงต่อไป โดยพยายามมีลูกกับคุณแก้ว แต่คุณแก้วไม่ยอม จันจึงใช้วิธีขืนใจเธอทุกครั้ง จนคุณแก้วตั้งท้อง และคุณแก้วก็ทำให้เด็กตายตั้งแต่ในท้องของเธอ ต่อมาวันหนึ่ง คุณหลวงมาพบจันกับคุณบุญเลื่องนอนด้วยกัน ด้วยความรู้สึกที่ประเดประดังเข้ามา คุณหลวงถึงกับล้ม และเป็นอัมพาตตั้งแต่นั้นมา การแก้แค้นของจันเป็นอันสิ้นสุดลง...

เนื้อเรื่องย่อ ทหารคอมมานโดชาวอิสราเอล โซฮาน ดิเวียร์ (อดัม แซนด์เลอร์) ผู้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศในฐานะ เดอะ โซฮาน เป็นนักต่อต้านผู้ก่อการร้ายที่โด่งดังที่สุดของประเทศ เดอะ โซฮาน ผู้มากความสามารถและดูเหมือนจะไร้เทียมทาน มีความชำนิชำนาญในการหลีสาวพอๆ กับการกำจัดศัตรู ซึ่งรวมถึงศัตรูคู่อาฆาตของเขา ผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ แฟนทอม (จอห์น เทอร์ทูโร) แต่เดอะ โซฮานได้ปิดบังอะไรบางอย่างไว้...แม้ว่าเขาจะรักประเทศของเขา แต่เขาก็เบื่อหน่ายกับการสู้รบเต็มที และเขาก็โหยหาโอกาสที่จะหนีไปให้พ้นๆ จากกองทัพและแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ของเขาด้วยการผันตัวไปเป็นช่างทำผม แต่ตราบใดที่เขายังคงรบกับพวกผู้ก่อการร้ายอยู่ ความฝันของเดอะ โซฮานก็เป็นไปไม่ได้ ทำให้เขาต้องนอนร้องไห้ทุกค่ำคืนเมื่อได้ดูภาพจากหนังสือสไตล์แต่งผมปี 1987 ของ พอล มิตเชล ที่เขาแอบซ่อนไว้ในห้องนอน แต่แล้วโอกาสก็เข้ามาหาเดอะ โซฮานเมื่อแฟนทอมปรากฏตัว แทนที่จะกำจัดเขา เดอะ โซฮานกลับแกล้งกุเรื่องการตายของเขาและหลบหนีไป ทิ้งให้แฟนทอมหลงดีใจว่าในที่สุด เขาก็กำจัดเดอะ โซฮานได้สำเร็จ หลังจากที่เขาแอบซ่อนตัวบนเครื่องบินไปนิวยอร์กโดยมีเพียงแค่ความฝันกับเสื้อผ้าติดตัวไป เดอะ โซฮานก็ซ่อนตัวในตู้คอนเทนเนอร์พร้อมกับสุนัขสองตัว ชื่อ สแคร็ปปีและโกโก
จุดหมายแรกของเดอะ โซฮานคือซาลอนพอล มิตเชล ที่ซึ่งเขาแฝงตัวเข้าไปในนาม “สแคร็ปปี โกโก” “สแคร็ปปี” ด้วยความหวังว่าจะมีคนจ้างเขา แต่เขากลับถูกล้อเลียนเรื่องสไตล์เฉิ่มเบ๊อะของเขาเสียนี่ แต่เดอะ โซฮันก็ไม่ยอมให้เรื่องแค่นี้มาหยุดยั้งความตั้งใจที่จะคิดทรงผมที่สลวยสวยเก๋ได้หรอก
ในคืนนั้นเอง เดอะ โซฮานก็ได้เหยียบเข้าดิสโก้อเมริกาเป็นครั้งแรก แม้ว่าเขาจะยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าเขาชื่อสแคร็ปปี โกโก แต่เขากลับถูกจดจำได้โดยอูรี ผู้อพยพชาวอิสราเอลที่จดจำฮีโรจากบ้านเกิดของเขาได้ทันที เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เดอะ โซฮานยังแข็งแรงปึ๋งปั๋งดี แถมมาอยู่ในนิวยอร์กซะด้วย อูรีสัญญาว่าจะเหยียบเรื่องของเดอะ โซฮานไว้เป็นความลับ
หลังจากถูกซาลอนแห่งแล้วแห่งเล่าปฏิเสธ เดอะ โซฮานก็ไปเยี่ยมอูรีที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าของเขา และก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นว่าในย่านนี้ ชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข อูรีรู้ดีว่าเดอะ โซฮานควรจะไปที่ไหน...ซาลอนเก่าซอมซ่อที่มีลูกค้าค่อนข้างอายุมากไงล่ะ ติดอยู่แค่อย่างเดียวเท่านั้น คือมันอยู่ในฟากคนอาหรับ ตอนแรก เดอะ โซฮานก็ลังเล เขามาที่นี่ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการสู้รบ แต่เขาจะสามารถทำงานให้พวกปาเลสไตน์ได้จริงๆ น่ะหรือ ดาเลีย (เอ็มมานูเอล ชรีควี) เจ้าของซาลอนเองก็ลังเลใจเหมือนกัน เพราะ “สแคร็ปปี โกโก” ไม่เคยมีประสบการณ์ในการตัดผมมาก่อน แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำตามความฝัน เดอะ โซฮานก็ตื๊อจนดาเลียใจอ่อน “สแคร็ปปี โกโก” อาจจะต้องทนกวาดพื้นโดยไม่ได้รับค่าจ้าง แต่เขาก็ได้เริ่มต้นแล้ว...
....และไม่นานนัก เขาก็ได้โอกาสเมื่อช่างทำผมคนหนึ่งของดาเลียลาออกโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เมื่อลูกค้าคนแรกของเขานั่งเก้าอี้ เดอะ โซฮานก็คว้าโอกาสทองนี้ไว้ แม้ว่าเขาจะตัดผมได้แต่สไตล์โบร่ำโบราณจากหนังสือของพอล มิตเชล แต่ลูกค้า ที่หลงใหลได้ปลื้มไปกับการพูดจาและลีลาตัดผมที่แสนเร้าใจของเขา ก็ชื่นชอบผลที่ออกมามาก ความฝันของเขากลายเป็นโชคชะตาของเขา และในไม่ช้า ก็เกิดคำบอกเล่าปากต่อปากในหมู่หญิงชราชาวนิวยอร์กว่าไปหาสแคร็ปปี โกโกสิ แล้วคุณจะชอบ
ทุกอย่างไปได้สวยสำหรับเดอะ โซฮาน ความฝันของเขากำลังเป็นจริง ธุรกิจกำลังเฟื่องฟู ทำให้ดาเลียสามารถจ่ายค่าเช่าแพงขูดเลือดขูดเนื้อของเจ้าของที่คนใหม่ได้ แถมความรักระหว่างเขากับดาเลียก็กำลังผลิบานเสียด้วย แต่ปัญหาก็กำลังคืบคลานเข้ามา
ซาลิม (ร็อบ ชไนเดอร์) คนขับแท็กซีชาวปาเลสไตน์ที่มีความแค้นยาวนานกับเดอะ โซฮาน จำเขาได้และตั้งใจเอาไว้ว่าจะเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาให้ได้ หลังจากความพยายามในการกำจัดเดอะ โซฮานล้มเหลว ซาลิมก็บอกแฟนทอมให้รู้ว่าเดอะ โซฮานยังมีชีวิตอยู่ และผู้ก่อการร้ายตัวเอ้ก็ได้สยายปีกสู่นิวยอร์ก
สำหรับเดอะ โซฮาน นี่มันเป็นหายนะชัดๆ ไม่ใช่เพราะเขากลัวแฟนทอมหรอกนะ แต่เพราะเขามาที่อเมริกาเพื่อจะทิ้งการสู้รบไว้เบื้องหลังแต่ สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือเขาและแฟนทอมจะต้องจับมือกันเพื่อร่วมต่อต้านศัตรูหนึ่งเดียวที่จะทำลายย่านที่อยู่ของพวกเขา

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

หนังเรื่อง เพื่อนสนิท


หนังเรื่องนี้โอเคมากๆเลย

อัดแน่นไปด้วยทุกรสชาติ ให้ความรู้สึก สนุกสนาน และ เศร้า

อย่างลงตัว รู้สึกดูจบแล้ว จรรโลงใจได้ทุกครั้ง

มีอยู่ตอนหนึ่งซึ่งเแป็นตอนที่ "ไข่ย้อย" ไปวาดรูปเหมือน

ที่ชายหาด ซึ่ง เป็นตอนที่ ตลก ขบขัน มาก

ซึ่งเป็นตอนที่ เป็นจุดขายที่ดีตอนหนึ่งเลยทีเดียว

ถ้าเพื่อนๆสนใจหนังเรื่องนี้ ลองไปดูดีวีดี เอานะ

ซึ่งรับรองเลยว่า "ไม่ผิดหวัง"แน่ๆ


ขอยกย่องหนังเรื่องนี้ว่า จี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ลำดับที่ 2

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อารัมภบท + หนังจี๊ด award '''


.... เฮ้ย เฮ้ย ล่ะ เฮ้ย เฮ้ยยย!!!

ทำไมถึงชอบดูหนังอะ?

หนังมันเป็นอะไรที่แบบ เอิ่มม สบายมากๆ

ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย อิ่มใจไปกับอรรถรสอันน่าประทับใจต่างๆ

555 อะดิเฮ้ยย เราว่านะ การที่เราจะอดข้าวให้กับอะไรซักอย่างเนี่ย

สิ่งนั้นมันควรจะเป็น ภาพยนตร์ เฮ้ยๆ มันดีจิงๆไนเว่ยย รู้สึกดี Happy แล้วก็ จรรโลงใจ




รายชื่อหนังดีที่แจ๊ค ประทับใจ จ้า... ( +.+ )


เรื่องแรกนี่แบบ ไม่ไหวแล้วมันเป็นอะไรที่ อะนะ สุดๆและ ดูแล้ว จี๊ดดด
"ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" อยากจะกราบท่านมุ้ย งามๆสักทีนึง หนังเค้าดีจริงอะ

มีทุกรสชาติ ให้จี๊ดดดด...... ไปเลยเป็นอันดับแรก